อยากเริ่มขายบน Amazon จะเปิดบัญชีผู้ขาย ต้องทำอย่างไร

เริ่มต้นผู้ขายควรตรวจสอบสินค้าก่อนว่า เป็นสินค้าที่ตรงตามข้อกำหนดสำหรับขายบน Amazon หรือไม่ หรือจำเป็นต้องใช้เอกสารใดบ้าง ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบได้ ที่นี่

ประเภทสินค้า ขั้นตอนการอนุมัติ
อะไหล่ยนต์และส่วนประกอบรถยนต์ ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
อุปกรณ์เด็กทารก -
อุปกรณ์ความงาม ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
เสื้อผ้าและ เครื่องประดับ ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ -
อาหารแห้ง ขนม และของหวาน ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
งานหัตถกรรม สิ่งประดิษฐ์ท้องถิ่น สมัครแยกที่ Amazon HandMade
สุขภาพและของใช้ส่วนตัว ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
สิ่งของตกแต่งบ้านและสวน -
เครื่องเพชร เครื่องพลอย ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
รองเท้า กระเป๋า และแว่นตา ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
เครื่องดนตรี -
อุปกรณ์ในสำนักงาน -
อุปกรณ์ทางการกีฬา เช่น ชุดออกกำลังกาย อุปกรณ์ทางน้ำ อุปกรณ์ล่าสัตว์ -
อุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
ของเล่น -
นาฬิกาทุกประเภท ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น
ไวน์ ที่ผลิตในอเมริกาและในต่างประเทศ ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon และบัญชีผู้ขายแบบ Professional เท่านั้น

ข้อถัดไปที่คุณควรรู้ จริงๆแล้ว Amazon มีหลายตลาด เช่น Amazon USA, Amazon Canada, Amazon UK และ Amazon Japan การเปิดบัญชีการขายในแต่ละตลาด คุณต้องเปิดบัญชีแยกกันตามกลุ่มของตลาด ยกตัวอย่างเช่น USA, Canada, Mexico จะเป็น 1 บัญชี ถ้ายุโรป UK, France, Germany, Spain, Italy จะเป็น 1 บัญชี ซึ่งเอกสารการสมัคร และการ Set Up Warehouse FBA ก็จะแตกต่างกัน ในบทความนี้จะพูดถึงการเปิดบัญชีใช้งานในตลาด USA เป็นหลัก

นอกจากนี้ รูปแบบบัญชีผู้ขาย มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ บัญชีแบบ Professional และบัญชีแบบ Individual ซึ่งข้อแตกต่างเรานำมาเปรียบเทียบในตารางด้านล่าง ดังต่อไปนี้

ข้อแตกต่างของรูปแบบบัญชี รูปแบบบัญชีผู้ขาย
Professional Individual
ค่าใช้จ่ายรายเดือน 39.99 USD
เมื่อสินค้าของคุณขายได้ ต้องจ่ายให้ Amazon 0.99 USD
มีการจัดการสต๊อกสินค้าโดยมีการรายงานผลทุกเดือน
มีการจัดการ Order และ มีการรายงานผลของแต่ละ Order ที่เกี่ยวข้อง
สามารถใช้ฟังก์ชันพิเศษจากทาง Amazon.com ได้ เช่น การเชื่อมต่อ API และการอัพโหลดข้อมูล เป็นต้น
ค่าขนส่งจะถูกควบคุมโดย Amazon
ผู้ขายสามารถตั้งราคาค่าขนส่งเองได้ สำหรับสินค้าที่เป็น non-BMVD
ได้รับโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิเช่น การห่อของขวัญฟรี
มีสิทธิ์ในการนำลิสต์ขึ้นที่ Buy Box ได้
Amazon จะคำนวณยอดขายในสหรัฐ และคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
สามารถมีได้หลายบัญชี ต่อหนึ่งร้านค้า

Comparative Feature

Professional

Individual

ค่าใช้จ่ายรายเดือน 39.99 USD

ค่าใช้จ่ายรายเดือน 39.99 USD

ค่าใช้จ่ายรายเดือน 39.99 USD

เมื่อสินค้าของคุณขายได้ ต้องจ่ายให้ Amazon 0.99 USD

เมื่อสินค้าของคุณขายได้ ต้องจ่ายให้ Amazon 0.99 USD

เมื่อสินค้าของคุณขายได้ ต้องจ่ายให้ Amazon 0.99 USD

มีการจัดการสต๊อกสินค้าโดยมีการรายงานผลทุกเดือน

มีการจัดการสต๊อกสินค้าโดยมีการรายงานผลทุกเดือน

มีการจัดการสต๊อกสินค้าโดยมีการรายงานผลทุกเดือน

มีการจัดการ Order เเละ มีการรายงานผลของเเต่ละ Order ที่เกี่ยวข้อง

มีการจัดการ Order เเละ มีการรายงานผลของเเต่ละ Order ที่เกี่ยวข้อง

มีการจัดการ Order เเละ มีการรายงานผลของเเต่ละ Order ที่เกี่ยวข้อง

สามารถใช้ฟังก์ชันพิเศษจากทาง Amazon.com ได้ เช่น การเชื่อมต่อ API และการอัพโหลดข้อมูล เป็นต้น

สามารถใช้ฟังก์ชันพิเศษจากทาง Amazon.com ได้ เช่น การเชื่อมต่อ API และการอัพโหลดข้อมูล เป็นต้น

สามารถใช้ฟังก์ชันพิเศษจากทาง Amazon.com ได้ เช่น การเชื่อมต่อ API และการอัพโหลดข้อมูล เป็นต้น

ค่าขนส่งจะถูกควบคุมโดย Amazon

ค่าขนส่งจะถูกควบคุมโดย Amazon

ค่าขนส่งจะถูกควบคุมโดย Amazon

ผู้ขายสามารถตั้งราคาค่าขนส่งเองได้ สำหรับสินค้าที่เป็น non-BMVD

ผู้ขายสามารถตั้งราคาค่าขนส่งเองได้ สำหรับสินค้าที่เป็น non-BMVD

ผู้ขายสามารถตั้งราคาค่าขนส่งเองได้ สำหรับสินค้าที่เป็น non-BMVD

ได้รับโปรโมชั่น เเละสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิเช่น การห่อของขวัญฟรี

ได้รับโปรโมชั่น เเละสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิเช่น การห่อของขวัญฟรี

ได้รับโปรโมชั่น เเละสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิเช่น การห่อของขวัญฟรี

มีสิทธิ์ในการนำลิสต์ขึ้นที่ Buy Box ได้

มีสิทธิ์ในการนำลิสต์ขึ้นที่ Buy Box ได้

มีสิทธิ์ในการนำลิสต์ขึ้นที่ Buy Box ได้

Amazon จะคำนวณยอดขายในสหรัฐ เเละคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ

Amazon จะคำนวณยอดขายในสหรัฐ เเละคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ

Amazon จะคำนวณยอดขายในสหรัฐ เเละคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ

สามารถมีได้หลายบัญชี ต่อหนึ่งร้านค้า

สามารถมีได้หลายบัญชี ต่อหนึ่งร้านค้า

สามารถมีได้หลายบัญชี ต่อหนึ่งร้านค้า

ขั้นตอนการสมัครบัญชีผู้ขายบน Amazon

เริ่มต้นด้วย คลิกที่ลิงค์การสมัครบัญชี คุณสามารถเข้าไปที่ https://services.amazon.co.th/ แล้วกดสมัครบัญชี คุณจะเห็นหน้า Amazon Seller Central จะมีคำว่า Create account ใส่ชื่อของคุณลงไปตรงช่องแรก กรอกอีเมล์ที่คุณต้องการสมัครและรหัสผ่าน ที่คุณต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นกด Next

1. ยอมรับข้อตกลงผู้ขาย

หน้าถัดไปจะเป็นหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงของผู้ขาย โดยตรง Legal name คุณต้องกรอกชื่อจริงและนามสกุลของคุณเป็นภาษาอังกฤษตามหน้าบัตร ประจำตัวประชาชน จากนั้นกดยอมรับ ตรงช่อง สี่เหลี่ยมด้านล่างคำว่า Seller Agreement แล้วกด Next เพื่อดำเนินการต่อหน้าถัดไป

2. กรอกข้อมูลผู้ขาย

หน้านี้จะเป็นขั้นตอนการกรอกข้อมูลผู้ขาย โดยต้องกรอก ที่อยู่กิจการของคุณเป็นภาษาอังกฤษ (A) ซึ่งที่อยู่ดังกล่าวต้องตรงตาม Bank Statement ที่ได้มาจากธนาคารของคุณ ช่องต่อไปคือ Choose your unique business display name ใส่ชื่อหน้าร้านที่ต้องการขายบน Amazon.com (B) ลงไปในช่องดังกล่าว ช่องต่อมาถ้าธุรกิจคุณมีเว็บไซต์ (C) คุณสามารถใส่ไปในช่องนี้ได้ แต่ถ้าคุณไม่มี ก็สามารถข้ามช่องนี้ไปได้เลย มาถึงการรับรหัส PIN เพื่อการยืนยันตัวตน คุณสามารถเลือกรับผ่านโทรศัพท์ หรือผ่าน SMS ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ผู้ขายหลายคนจะเลือกรับผ่าน SMS ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของคุณเริ่มที่กดตรงรูปธงชาติ เลือกธงชาติไทย แล้วกรอกเบอร์โทรของคุณลงไป แต่อย่าลืมว่าต้องตัดเลขศูนย์ตัวหน้าสุดออกไปด้วย สุดท้ายเลือกภาษาที่คุณต้องการยืนยัน ซึ่งในที่นี้เราจะใส่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วกด Text Me Now จากนั้นภายใน 1 นาทีคุณจะได้ SMS จากระบบ คุณต้องกรอกเลขเหล่านั้นลงในช่อง One time PIN แล้วกด Verify ได้เลย จากนั้นกด Next เพื่อดำเนินการต่อไป

3. กรอกวิธีการเรียกเก็บเงิน

3.1 กรอกหมายเลขบัตรเครดิต
เลือกวันและปีที่หมดอายุ กรอกชื่อผู้ถือบัตรเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับในช่องที่อยู่ ถ้าเป็นที่อยู่เดียวกับที่คุณกรอกมาตอนแรก คุณก็จะไม่ต้องกรอกอีก แต่ถ้าคุณต้องการกรอกเป็นที่อยู่ส่วนตัวของคุณ ต้องกด Add a new address แล้วกรอกที่อยุ่สำหรับการเรียกเก็บเงินใหม่อีกครั้ง คุณต้องตระหนักไว้เสมอว่า ทาง Amazon จะไม่อนุญาตให้ใช้บัตรเดบิตในการลงทะเบียน

3.2 หน้าต่อมาคือหน้า Set up you deposit method
ผู้ขายควรกรอกบัญชีที่คุณมีที่อเมริกา หรือถ้าไม่มี คุณควรมีบัญชีรับเงินแบบออนไลน์ซึ่งในที่นี้ ทาง Amazon จะมีสองแบบ คือ Hyperwallet และ Payoneer แต่อย่ากังวลไป หากท่านไม่เคยเปิดบัญชี E-wallet มาก่อน ท่านเลือกที่ ประเทศ กด Thailand เริ่มเปิดบัญชีรับรายได้จากการขายสินค้าบนอเมซอน ซึ่งในรูปสาธิตจะเป็น Hyperwallet กดลงทะเบียน หรือ sign up ของ Hyperwallet คลิก Login with Amazon จากนั้นกรอกอีเมล์และรหัสผ่านบัญชีผู้ขาย Amazon ที่คุณเพิ่งสมัครไป ลงไปในช่องดังกล่าว ขั้นตอนนี้จะเป็นการเริ่มต้นการผูกบัญชี

3.3 ใส่รายละเอียดในหน้า Activate account
กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคุณ เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งอย่าลืมว่าจะต้องตัด 0 ตัวหน้าออกไปเสมอและใส่รหัสประเทศไทย คือ +66 ไว้นำหน้าเบอร์โทรศัพท์ของคุณเสมอ จากนั้น กรอกที่อยู่ของคุณ โดยพยายามกรอกให้อยู่ในหนึ่งบรรทัด เลือกประเทศ จังหวัด และที่อยู่ พร้อมรหัสไปรษณีย์ สุดท้ายกด Continue เพื่อไปยังหน้าต่อไป

3.4 เลือกคำถามและตอบคำถาม
เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของคุณในการเปิดร้านค้า คุณจำเป็นต้องเลือก คำถามและตอบ เป็นจำนวน 2 คำถาม 2 คำตอบที่แตกต่างกัน เลื่อนลงมาด้านล่างในหน้าเดียวกันจะเป็น เรื่อง Legal Agreements เงื่อนไขข้อตกลง ให้คุณกด ยอมรับ ข้อแรกเรื่องการเซ็นลายเซนต์อิเล็กทรอนิกส์ และ การใช้งาน Hyperwallet โดยคลิกเครื่องหมายถูกต้องตรงช่องสี่เหลี่ยมทั้ง 2 ข้อ สุดท้ายกด Confirm เพื่อดำเนินการต่อหน้าถัดไป

3.5 หน้าถัดไปให้กด Add transfer method
ให้เลือกบัญชีที่ธนาคารของคุณตั้งอยู่ และเลือกสกุลเงิน THB สุดท้ายกดตัว icon คำว่า Bank Account แล้วกด Continue เพื่อดำเนินการต่อ

3.6 เลือกธนาคารในประเทศ
เลือกธนาคารในประเทศไทยที่ท่านมีบัญชีอยู่แล้ว และท่านต้องการให้บัญชีนั้น เปิดเพื่อรับเงินจากการขายสินค้าบน Amazon.com เมื่อเลือกธนาคารเสร็จสิ้น กรอกเลขบัญชีธนาคาร บอกชื่อในการจดจำบัญชีนี้ อย่างในตัวอย่างเช่น Amazon Deposit Account แล้วกด Continue ด้านล่าง

3.7 ยืนยันรายละเอียด
คุณต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้กรอกไว้ในหน้าก่อนๆ หน้านี้จะสรุปรวมมาให้คุณได้ตรวจสอบอีกครั้ง หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้คุณกด Confirm เพื่อดำเนินการในหน้าถัดไป

3.8 ข้อมูลสมัคร Hyperwallet เสร็จสิ้น
ข้อมูลจะปรากฏ ตรงคำว่า Deposit Account Details คุณสามารถกด Download ข้อมูลการสมัครเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ได้ที่ปุ่มสีฟ้า ข้างคำว่า Account Verification ได้เลย
หากคุณได้ออกจากระบบไปแล้วให้คุณ Log in ใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วเข้าไปที่หน้า Set up your deposit method อีกครั้ง เริ่มกรอก Bank location เป็น United State นำข้อมูลที่ท่านเพิ่งเปิดกับ Hyperwallet มากรอก เริ่มจากการกรอกชื่อเจ้าของบัญชี Hyperwallet เป็นภาษาอังกฤษ กรอก Routhing number 9 หลัก จากนั้นกรอกหมายเลขบัญชี และกรอกหมายเลขบัญชีเดิมอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน เช็ตข้อมูลของคุณให้ถูกต้องก่อนที่จะกด Next

4. กรอกข้อมูลทางภาษี

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ทาง Amazon ได้กล่าวถึงเรื่องภาษีการขายสินค้าในเว็บไซต์ Amazon.com ขั้นตอนนี้จะมี pop up ขึ้นมา ให้กด Start

4.1 หน้านี้คุณจะต้องเลือกข้อมูลให้ตรงตามที่ได้กรอกไว้ก่อนหน้าหน้า เช่น สมัครบัญชีแบบบุคคลธรรมดาให้กด Individual ตามตัวอย่าง ต่อไปถ้าผู้ขายไม่ใช่ชาวอเมริกันน หรือมีถื่นที่อยู่ที่อเมริกา ให้เลือก No จากนั้นกรอกชื่อนามสกุลของคุณ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และเลือกประเทศตามสัญชาติของคุณ จากนั้นกรอกรายละเอียดที่อยู่ ให้ตรงตามที่อยู่ใน Bank statement จากธนาคารของคุณ

4.2 ยืนยันที่อยู่ตามไปรษณีย์
หากที่อยู่ตามไปรษณีย์ของท่านเหมือนกับ Permanent ในหน้าถัดไปให้เลือก Same As Permanent ตรวจสอบข้อมูลและกด Continue

4.3 ยินยอมการใช้ลายเซนต์แบบอิเล็กทรอนิกส์
ให้คุณคลิกที่เครื่องหมายสีเหลี่ยม เพื่อยินยอมการใช้ลายเซนต์อิเล็กทรอนิกส์ จากนั้น ด้านล่างกรอกชื่อและนามสกุลของเจ้าของบัญชีร้านค้าเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อเสร็จสิ้นกดปุ๊ป Save and Review เพื่อดำเนินการต่อไป

4.4 เช็คความถูกต้อง
ก่อนกด Submit Form คุณควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด แล้วกด Submit form ปุ่มสีเหลืองด้านล่าง

4.5 สามารถพิมพ์ หรือ Download ข้อมูลเรื่องภาษีเก็บไว้ได้
คุณสามารมพิมพ์ข้อมูลที่ปุ่มด้านขวาได้ หรือ download เมื่อเสร็จสิ้น คุณต้องกดปุ่ม Exit Interview

5. กรอกข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณ

5.1 ผู้ขายต้องเลือกตอบคำถามที่เกี่ยวกับสินค้าของคุณ
โดยคุณจะต้องกรอกข้อมูลที่เป็นจริง หรือใกล้เคียงที่สุดเพื่อประโยชน์ของ Amazon ในการแนะนำการขายสินค้า เมื่อคุณตอบคำถามเสร็จสิ้นให้กด Next

5.2 เลือกประเภทสินค้า
คุณจำเป็นต้องเลือกประเภทสินค้าที่คุณต้องการขายบน Amazon คุณสามารถเลือกประเภทได้มากกว่าหนึ่งประเภท หากท่านไม่เจอประเภทผลิตภัณฑ์ในรายละเอียดบนหน้าดังกล่าวให้กดพิมพ์ตรงช่องที่มีคำว่า What is your category แล้วระบุประเภทสินค้าของคุณ เมื่อคุณเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วให้คลิก Finish เพื่อไปยังหน้าถัดไป

6. การยืนยันตัวตนผู้ขาย

6.1 หน้า Identify your account
ให้เลือกประเทศ Thailand ซึ่งเป็นประเทศที่ธุรกิจของคุณตั้งอยู่

6.2 หน้า Identity information
เลือกช่องแรกเป็น National ID แล้วใส่เลขบัตรประชาชนของคุณ และกรอกวันที่หมดอายุของบัตร ประเทศที่ทำการออกให้ รวมไปถึงกรอกชื่อจริง นามสกุลของคุณเป็นภาษาอังกฤษ กรอกวัน เดือน ปี ค.ศ.เกิด สุดท้ายตรวจสอบที่อยุ่ทางธุรกิจของท่าน แล้วกด Submit

6.3 อัพโหลดเอกสารสำคัญ
ในหน้านี้ ท่านต้องกดอัพโหลดไฟล์บัตรประจำตัวประชาชนของคุณ คำแนะนำคือ ห้ามเซ็นกำกับตัดหน้าบัตรประชาชนในแบบที่เราคุ้นเคยเพื่อรับรองเอกสาร เพราะทาง Amazon จะไม่รับรองว่าเอกสารถูกต้อง คุณต้องสแกนบัตรประชาชนหน้าหลัง แล้วบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ในหน้านี้ให้คุณกด Continue แล้วเลือกไฟล์ที่ท่านได้บันทึกบัตรประจำตัวประชาชนไว้ คลิก Open แล้วกดอัพโหลดไฟล์บัตรประชาชนด้านหลัง ขั้นตอนจะเหมือนอัพโหลดไฟล์บัตรประชาชนด้านหน้า จากนั้นกด Open ต่อมาก็เลือก Bank account statement กด Upload bank account statement อย่าลืมว่าต้องมีลายเซนต์ของผู้ดูแลบัญชี Amazon กำกับ เพื่อรับรองและต้องมีตราประทับจากธนาคารเสมอ เลือกไฟล์เอกสารแล้วกด Open เมื่อการอัพโหลดเสร็จสิ้นให้กด Submit เพื่อส่งเอกสารไปยัง Amazon จากนั้นจะมีข้อความ สีเขียวว่า Thank you for your request แสดงว่าเอกสารของคุณไปถึง Amazon เรียบร้อยแล้วและอยู่ในขั้นการตรวจสอบ

6.4 ตั้งค่าความปลอดภัย
ให้เช็คอีเมล์ Inbox ของคุณ ทาง Amazon จะส่งอีเมล์มายืนยันว่าคุณได้ทำการเปิดบัญชีสำเร็จ โดยในรายละเอียดอีเมล์ ผู้ขายสามารถกดลิงค์ต่างๆได้ อย่างข้อมูลการเริ่มต้นการขาย หรือ Amazon Seller Central คืออะไร คุณสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้เลย



Bitnami